นั่งทำสมาธิแล้วไม่สบาย ทำอย่างไรดี
หลังปวด เข่าก็บ่น แล้วคุณก็สงสัยว่าทำผิดหรือเปล่า

ถ้านั่งแล้วเจ็บ ก็เปลี่ยนวิธีนั่ง ถ้าฝึกแล้วรู้สึกแย่ลงแทนที่จะสงบขึ้น ก็หยุด ทั้งสองอย่างไม่ได้แปลว่าคุณทำสมาธิไม่เก่ง
คุณไม่ต้องมีเบาะ ไม่ต้องนั่งขัดสมาธิ และไม่ต้องมีห้องเงียบ คู่มือนี้ช่วยแยกคำถามเรื่องความสบาย ออกจากคำถามที่ต้องการคำตอบทางการหรือผู้เชี่ยวชาญ
ถ้านั่งแล้วไม่สบายล่ะ
มองความไม่สบายเป็นข้อมูล ความเจ็บไม่ใช่หลักฐานว่าก้าวหน้า และการฝึกไม่ได้ต้องการให้คุณทน
ท่าธรรมดาในชีวิตประจำวันใช้ได้หลายท่า เลือกท่าที่ทำให้คุณนิ่งและตื่นตัวได้สักสองสามนาที
- เก้าอี้กินข้าว วางเท้าทั้งสองข้างราบกับพื้น
- มุมโซฟา มีหมอนรองหลังส่วนล่าง
- ขอบเตียง สะดวกถ้าอยู่ห้องเล็กที่ใช้ร่วมกับคนอื่น
- นอนราบ ถ้านั่งลำบาก คุณอาจพบว่าง่วง ซึ่งก็เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์
- ม้านั่งเตี้ยหรือผ้าห่มพับรองก้น ถ้าชอบนั่งพื้น
ขยับได้ถ้าจำเป็น ขยับนิดหน่อยไม่ได้ทำให้การฝึกขาดตอน ถ้าปวดตรงเดิมทุกครั้ง แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดแนะนำท่านั่งที่เหมาะกับร่างกายคุณได้
อะไรคือปรับเพื่อความสบาย อะไรคือเปลี่ยนวิธี
การแยกสองเรื่องนี้ช่วยให้คุณปลอดภัยและตรงไปตรงมา
ปรับเพื่อความสบาย คือเรื่องว่านั่งที่ไหนและนั่งอย่างไร เก้าอี้หรือพื้น ลืมตาหรือหลับตาเบา ๆ มีผ้าห่ม หรือเปลี่ยนช่วงเวลา เรื่องพวกนี้คุณทำเองได้
เปลี่ยนวิธี คือการเปลี่ยนตัวการฝึก เช่น จังหวะการหายใจแบบเฉพาะ หรือท่าที่ครูหรือผู้ให้บริการกำหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งของเทคนิค ก่อนเปลี่ยนวิธี ให้ดูว่าคำแนะนำทางการของการฝึกนั้นบอกอะไร หรือถามผู้ให้บริการ
ศูนย์สุขภาพเชิงบูรณาการและการแพทย์เสริมแห่งชาติของสหรัฐฯ (NCCIH) มีคำแนะนำด้านความปลอดภัย โดยแนะนำให้ถามเรื่องการฝึกอบรมและประสบการณ์ของครูสอนสมาธิ และบอกผู้ให้บริการด้านสุขภาพของคุณเกี่ยวกับวิธีเสริมที่ใช้อยู่1
คู่มือคำแนะนำไม่ชัด ควรถามอะไร ของเรามีคำถามที่ส่งไปถามได้
ถ้าฝึกแล้วรู้สึกทุกข์ใจแทนที่จะผ่อนคลายล่ะ
หยุด แล้วดูแลตัวเองก่อน การฝึกจบก่อนเวลาได้โดยไม่เสียอะไร
งานทบทวนงานวิจัยเรื่องการทำสมาธิปี 2020 พบว่าเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่มีรายงานมากที่สุด คือความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และความผิดปกติด้านการรับรู้และความคิด2 ผู้เขียนระบุว่าเรื่องเหล่านี้เกิดได้แม้กับคนที่ไม่เคยมีประวัติปัญหาสุขภาพจิตมาก่อน2
ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) ก็บอกว่าการมีสติ (mindfulness) หรือการใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้อย่างใจดี ไม่ได้ช่วยทุกคน และบางคนรู้สึกแย่ลงหลังลอง3 การฝึกที่หนักใจไม่ใช่ความผิดของคุณ และไม่ต้องอธิบายกับใคร
ลองดู: วิธีออกจากช่วงที่หนักเกินไปอย่างมั่นคง
ใช้ได้ทุกครั้งที่การฝึกรู้สึกมากเกินไป ใช้เวลาราวหนึ่งนาที
- ลืมตา แล้วเปิดตาไว้อย่างนั้น
- มองรอบห้อง แล้วบอกชื่อสามสิ่งที่มองเห็น
- กดเท้าลงกับพื้น รู้สึกถึงจุดที่สัมผัส
- หายใจตามจังหวะที่รู้สึกเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพยายามทำให้ช้าลง
- ลุกขึ้น ยืดตัว หรือไปดื่มน้ำสักแก้ว แล้วค่อยตัดสินใจว่าวันนี้จะหยุดไหม
ถ้าความรู้สึกยังค้างอยู่ รุนแรง หรือกลับมาทุกครั้งที่ลอง ให้คุยกับใครสักคน ตามที่บอกไว้ด้านล่าง
ถามใครได้บ้าง
คำถามต่างกัน ก็ถามคนต่างกัน
- อาการปวด เวียนหัว หรือโรคประจำตัว: แพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
- ความรู้สึกที่หนักหน่วงหรือน่ากลัว: แพทย์ นักให้คำปรึกษา หรือสายด่วน
- การฝึกแบบหนึ่ง ๆ ควรทำอย่างไร: ครูผู้สอนหรือผู้ให้บริการ
ถ้าการฝึกทำให้รู้สึกทุกข์ใจ เวียนหัว หรือนึกถึงความทรงจำที่เจ็บปวด หยุดได้เลย การคุยกับแพทย์หรือนักให้คำปรึกษาเป็นทางที่ดี และหน้าความช่วยเหลือของเรามีรายชื่อที่ให้เริ่มต้นได้ บทความหาความช่วยเหลือที่มากกว่าบทความ อธิบายว่าควรพูดอะไรเมื่อติดต่อไป
ปรับความสบายให้เข้ากับบ้านจริง
แฟลตที่เสียงดังหรือห้องที่ใช้ร่วมกันทำให้พื้นไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี ลองเก้าอี้ใกล้หน้าต่าง หรือนั่งบนเตียงพร้อมหมอน บทความหนึ่งนาทีเงียบ ๆ ในบ้านที่วุ่นวายมีไอเดียเพิ่มเติม
ใช้ตัวจับเวลาของเราเพื่อฝึกให้สั้น เช่น สองนาที ระหว่างหาท่าที่ใช่ สิ่งที่คุณตั้งไว้ไม่ได้ส่งไปที่ไหนเลย
ไปต่อที่ไหนดี
ถ้ากำลังคิดจะหยุดสักพัก พักการฝึกสมาธิไว้ก่อนก็ได้ บอกวิธีหยุดโดยไม่รู้สึกผิด ถ้าอยากรู้ว่าการนั่งสั้น ๆ ครั้งแรกเป็นอย่างไร ดูนั่งสมาธิครั้งแรก จะเจออะไรบ้าง คู่มือทุกเรื่องในชุดนี้อยู่ในหน้าฝึกสมาธิให้ต่อเนื่องในชีวิตจริง

เมื่อรู้สึกสบายแล้ว การฝึกแบบมีเสียงนำของสัทคุรุ (Sadhguru) ทำได้ทั้งนั่งและนอน แล้วแต่วันนั้นแบบไหนเหมาะกับคุณ
คำถามที่พบบ่อย
ถ้านั่งแล้วไม่สบายล่ะ
เปลี่ยนอะไรสักอย่าง เก้าอี้ มุมโซฟา ขอบเตียง หรือนอนราบ เป็นวิธีทำสมาธิที่สมเหตุสมผลทั้งหมด ความเจ็บไม่ใช่สัญญาณว่าคุณทำได้ดี จึงไม่ต้องฝืนทน ถ้าความไม่สบายกลับมาเรื่อย ๆ แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดแนะนำท่านั่งที่เหมาะกับร่างกายคุณได้
ถ้าฝึกแล้วรู้สึกทุกข์ใจแทนที่จะผ่อนคลายล่ะ
หยุด ลืมตา มองรอบห้อง รู้สึกถึงเท้าที่แตะพื้น และหายใจตามจังหวะของตัวเอง การฝึกจบก่อนเวลาได้ ไม่เป็นไรเลย ถ้าความทุกข์ใจกลับมาหรือค้างอยู่ คุยกับแพทย์หรือนักให้คำปรึกษา อย่าฝืนทำต่อคนเดียวเพียงเพราะรู้สึกว่าควรทำ
ปรับการฝึกแบบมีเสียงนำให้เข้ากับร่างกายได้ไหม
ถ้าเป็นเรื่องความสบาย เช่น นั่งเก้าอี้ ทำได้ แต่ถ้าเป็นตัววิธีฝึก เช่น จังหวะการหายใจหรือท่าเฉพาะที่ครูกำหนดไว้ ให้ดูว่าคำแนะนำทางการของผู้ให้บริการบอกอะไร หรือถามผู้ให้บริการ การเปลี่ยนท่าเพื่อความสบายต่างจากการเปลี่ยนเทคนิค
เรื่องร่างกายหรือความรู้สึกของตัวเอง ควรถามใคร
ถามแพทย์เรื่องอาการปวด เวียนหัว หรือโรคประจำตัว และถามนักให้คำปรึกษาหรือสายด่วนเรื่องความรู้สึกที่ท่วมท้น ส่วนคำถามว่าการฝึกแบบหนึ่ง ๆ ควรทำอย่างไร ให้ถามครูผู้สอนหรือผู้ให้บริการ เขาตอบได้ในแบบที่คู่มือตอบไม่ได้
อ่านต่อ
เมื่อรู้สึกสบายแล้ว การฝึกแบบมีเสียงนำของสัทคุรุ (Sadhguru) ทำได้ทั้งนั่งและนอน แล้วแต่วันนั้นแบบไหนเหมาะกับคุณ