พูดถึงจุดอ่อนโดยไม่ซ่อนจุดแข็ง
ใกล้วันประเมินผลหรือสัมภาษณ์งาน และไม่แน่ใจว่าจะพูดถึงตัวเองอย่างไร

หัวหน้านัดประเมินผลแล้ว หรือคุณมีสัมภาษณ์งานสัปดาห์หน้า คำถาม “จุดอ่อนที่สุดของคุณคืออะไร” ค้างอยู่ในหัว และคุณเห็นทางเลือกแย่ ๆ สองทาง คือทำเป็นว่าไม่มีเลย หรือไล่เรียงทุกอย่างที่ผิดพลาดในตัวเอง
ยังมีทางที่สาม คุณบอกจุดอ่อนจริงหนึ่งข้ออย่างตรงไปตรงมา ยังเห็นจุดแข็งของตัวเอง และฟังดูเป็นคนที่มั่นคงและซื่อตรง บทความนี้จะพาคุณทำ
ทำไมการพูดถึงจุดอ่อนถึงดูเสี่ยง
เพราะเราเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กว่า การยอมรับจุดอ่อนเท่ากับยื่นอาวุธให้คนอื่น ในบางที่ทำงานอาจเป็นอย่างนั้นจริง แต่ในการคุยส่วนใหญ่ ความซื่อตรงเรื่องข้อจำกัดช่วยสร้างความไว้ใจ
ยังมีเหตุผลข้างในด้วย เวลาตึงเครียด จุดอ่อนดูเหมือนเป็นความจริงทั้งหมดของตัวคุณ แต่มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ การเล่าอย่างยุติธรรมช่วยให้ภาพนั้นยังครบ
จุดอ่อนแบบไหนที่ควรพูดถึง
เลือกเรื่องที่จริง ชัดเจน และแก้ไขได้ “บางครั้งรับงานมากเกินไป และตกลงกำหนดส่งที่ทำไม่ทัน” แบบนี้แก้ไขได้ ส่วน “เป็นคนชอบความสมบูรณ์แบบ” ฟังกว้างและดูเหมือนท่องมา
เลี่ยงเรื่องที่เป็นบาดแผลลึกหรือความยากลำบากส่วนตัว คุณกำลังพูดถึงทักษะในงานหรือในชีวิต เช่น การมอบหมายงาน การกล้าพูดในที่ประชุม หรือการวางแผนเวลา ควรเป็นเรื่องที่แสดงความก้าวหน้าได้
ลองทำดู: กระดาษสองคอลัมน์
หยิบกระดาษหนึ่งแผ่น ขีดเส้นแบ่งตรงกลาง ใช้เวลาห้าถึงสิบนาที
- ฝั่งซ้าย เขียนจุดอ่อนด้วยคำง่าย ๆ พร้อมตัวอย่างหนึ่งครั้งที่มันเกิดขึ้น
- ฝั่งขวา เขียนจุดแข็งสองข้อที่อยู่ใกล้กัน คนที่ปฏิเสธใครไม่ค่อยเป็น อาจเป็นคนที่พึ่งพาได้
- ใต้ทั้งสองฝั่ง เขียนสิ่งที่คุณกำลังทำหนึ่งอย่าง เช่น “ตอนนี้เช็กตารางก่อนตอบรับทุกครั้ง”
- รวมทั้งหมดเป็นประโยคเดียว โดยใช้รูปประโยคด้านล่าง
เป้าหมายไม่ใช่ให้จุดแข็งมาหักล้างจุดอ่อน แต่ให้ทั้งสองอยู่บนกระดาษพร้อมกัน
รูปประโยคที่ปรับใช้ได้
ปรับรายละเอียดในแต่ละแบบให้เป็นเรื่องจริงของคุณ
สำหรับการประเมินผล “มักรับงานเพิ่มเกินตัว และกำลังปรับด้วยการดูภาระงานก่อนตอบรับ ข้อดีคือทีมรู้ว่าพึ่งพาได้”
สำหรับการสัมภาษณ์ “การพูดในที่ประชุมใหญ่เป็นเรื่องที่กำลังฝึกอยู่ ตอนนี้เตรียมประเด็นไว้ล่วงหน้าหนึ่งข้อ ส่วนรายงานที่เขียนก็ชัดเจนและส่งตรงเวลา”
สำหรับการคุยในครอบครัว “เราไม่ค่อยเก่งเรื่องขอความช่วยเหลือ กำลังหัดบอกให้เร็วขึ้น แต่เราเก่งเรื่องจัดตารางของทุกคนให้ลงตัว”
ปรับจนเป็นเรื่องจริงของคุณ แต่คงโครงไว้ คือ จุดอ่อนหนึ่งข้อแบบตรง ๆ สิ่งที่คุณทำกับมันหนึ่งอย่าง และจุดแข็งหนึ่งข้อ
ใช้ได้ในวันธรรมดา
ไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ ฝึกพูดออกเสียงสักหนึ่งประโยคในรถ ตอนอาบน้ำ หรือระหว่างรอรถไฟฟ้า การได้ยินเสียงตัวเองพูดอย่างใจเย็น ทำให้ตอนจริงง่ายขึ้น
ถ้าเหนื่อยจากกะยาว คืนนี้เขียนแค่คอลัมน์ซ้ายก็พอ พรุ่งนี้ค่อยเติมจุดแข็ง ถ้ากำลังเตรียมสัมภาษณ์เข้าโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ขอให้พ่อแม่หรือเพื่อนฟังสักรอบ
ถ้าวิจารณ์ตัวเองหนักตลอดเวลาล่ะ
สังเกตว่าคอลัมน์ไหนยาวกว่า ถ้าฝั่งจุดอ่อนยาวเต็มหน้า แต่ฝั่งจุดแข็งมีแค่สองบรรทัด นั่นคือสัญญาณของนิสัยวิจารณ์ตัวเองแรง ๆ ไม่ใช่ภาพที่แม่นยำ ลองถามเพื่อนว่าจะเติมอะไรในคอลัมน์ขวา แล้วเขียนลงไป แม้จะรู้สึกแปลก ๆ
ถ้าความคิดเรื่องจุดอ่อนหนักใจคุณเกือบทุกวัน โปรดคุยกับแพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษา หน้าความช่วยเหลือ ของเรามีรายชื่อที่ให้เริ่มต้นได้
อ่านต่อ
ถ้ามีความผิดพลาดเรื่องหนึ่งค้างอยู่ในใจ อ่าน หลังทำพลาด โดยไม่ตราหน้าตัวเอง ถ้าอยากฟังได้ดีเวลาหัวหน้าให้ความเห็น ลอง รับคำติชมอย่างใจเย็น แล้วทำอะไรต่อ
การเริ่มสิ่งใหม่ก็ทำให้รู้สึกเปราะบางได้ บทความ เป็นมือใหม่โดยไม่รู้สึกตามไม่ทัน พูดถึงเรื่องนี้ หน้ารวม อารมณ์และความใจดีกับตัวเอง มีบทความที่เหลือ ส่วนเครื่องมือ ทบทวนรายสัปดาห์ ใช้ฟรีและเก็บโน้ตไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ
ถ้าการพูดถึงตัวเองทำให้คุณตึง การทำสมาธิแบบมีเสียงนำสั้น ๆ ช่วยให้คุณมีเวลาเงียบ ๆ สักไม่กี่นาทีก่อนวันประเมินผลหรือการคุยเรื่องยาก
คำถามที่พบบ่อย
ควรพูดจุดอ่อนของตัวเองออกมาจริง ๆ ไหม
ในสถานการณ์ที่เหมาะสม ควร การบอกจุดอ่อนจริงหนึ่งข้อที่แก้ไขได้ แสดงว่าคุณรู้จักตัวเอง เลือกเรื่องที่กำลังปรับปรุงอยู่ พูดให้ตรง ๆ แล้วเสริมว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่ต้องสารภาพทุกอย่าง และเลือกได้ว่าเรื่องไหนเกี่ยวกับคนที่ฟังอยู่
พูดถึงจุดแข็งอย่างไรไม่ให้ฟังดูโอ้อวด
ใช้ข้อเท็จจริงแทนคำคุณศัพท์ แทนที่จะพูดว่า “เป็นคนขยันมาก” ให้พูดว่า “เดือนที่แล้วตรวจสต็อกเสร็จก่อนกำหนดสองวัน” รายละเอียดที่ชัดพูดแทนตัวเองได้ ถ้าเขิน ลองนึกว่ากำลังเล่าผลงานของเพื่อน แล้วเขียนสิ่งที่คุณจะพูดถึงเขา
ถ้านึกจุดแข็งไม่ออกจริง ๆ ล่ะ
ถามตัวเองว่าคนอื่นมักมาหาคุณเรื่องอะไร หรือคุณทำอะไรโดยไม่ต้องมีใครขอ ลองเปิดข้อความเก่าที่มีคนขอบคุณคุณ จุดแข็งอาจเป็นเรื่องเงียบ ๆ เช่น ใจเย็น ตรงต่อเวลา หรือจำรายละเอียดเก่ง เพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจก็ช่วยมองหาได้
อ่านต่อ
ถ้าการพูดถึงตัวเองทำให้คุณตึง การทำสมาธิแบบมีเสียงนำสั้น ๆ ช่วยให้คุณมีเวลาเงียบ ๆ สักไม่กี่นาทีก่อนวันประเมินผลหรือการคุยเรื่องยาก